มาตรฐานคาร์ซีท i-SIZE คืออะไร?

  

    เมื่อได้มาเป็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว หลาย ๆ ท่านคงมีเรื่องที่ต้องคิดมากมายอย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเมื่อต้องพาเจ้าตัวน้อยออกเดินทางไปด้วยรถยนต์บนท้องถนน

    เนื่องด้วยคาร์ซีทคุณภาพยุโรปนั้นมีข้อกำหนดมาตรฐานรองรับอยู่ 2 ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ECE R44 และมาตรฐานฉบับใหม่คือ ECE R129 ซึ่งเป็นข้อกำหนดความปลอดภัยของเด็กขณะเดินทางในรถยนต์ โดยคาร์ซีทต้องได้รับมาตรฐานอย่างใดอย่างหนึ่งจากมาตรฐานดังกล่าวเหล่านี้จึงจะสามารถนำมาใช้ได้

    ข้อกำหนด ECE R129 หรือ i-Size ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ โดยเบื้องต้นทยอยแบ่งช่วงการนำมาใช้เป็น 3ช่วง(Phase)ตามลำดับ ช่วงที่หนึ่งกำหนดคาร์ซีทแรกเกิดและคาร์ซีทเด็กเล็กให้ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX พร้อมมีสายรัดนิรภัยที่สมบูรณ์ในตัว เช่น สายรัดนิรภัยแบบห้าจุดและจะต้องเข้ากันได้กับรถยนต์มาตรฐาน i-Size ทุกคัน ช่วงนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013

    ช่วงที่สองเป็นข้อกำหนดความปลอดภัยสำหรับคาร์ซีทเด็กโตที่มีส่วนสูงตั้งแต่ 100 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่จะไม่ได้ใช้สายรัดนิรภัยแบบห้าจุดของคาร์ซีทแล้ว

    ช่วงที่สามเป็นข้อกำหนดสำหรับคาร์ซีทแบบอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงที่หนึ่งและช่วงที่สอง และทำให้ข้อกำหนด ECE R129 หรือ i-Size ครอบคลุมเสร็จสมบูรณ์

 

    

 

     ข้อกำหนดมาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size ได้กำหนดระบบการปกป้องเด็กขณะเดินทางในรถยนต์ ซึ่งความเข้ากันได้ระหว่างคาร์ซีทและรถยนต์ ข้อกำหนดใหม่นี้เป็นผลมาจากความก้าวหน้าที่สำคัญในการวิจัยอุบัติเหตุและการพัฒนาหุ่นจำลองการทดสอบการชนที่มีความสามารถในการวัดแรงกระแทกได้ดีขึ้น เป้าหมายคือการปรับปรุงความปลอดภัยของเด็กขณะเดินทางในรถยนต์ให้ดียิ่งขึ้น และทำให้การเลือกติดตั้งและการใช้คาร์ซีทสามารถทำได้ง่ายขึ้น แต่แท้จริงแล้วคำว่าข้อกำหนด ECE R129 หรือi-Size หมายความว่าอย่างไร?

 

คำว่า i-Size นั้นประกอบด้วยประเด็นสำคัญ 5 ประการ

      1. ในช่วงเดือนแรกเกิดของทารกนั้น จะมีน้ำหนักของศีรษะเด็กในสัดส่วนสูงมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักโดยรวมทั้งตัวของเด็กดังกล่าว ซึ่งคอของเด็กทารกนั้นไม่สามารถที่จะรับน้ำหนักศีรษะนั้นได้จนกว่ากระดูกคอของเด็กจะมีความแข็งแรงเพียงพอ ดังนั้นเด็กทารกจึงควรนั่งหันหน้าเด็กเข้าหาเบาะรถยนต์ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเมื่อกรณีเกิดการชนแบบแรงส่งไปด้านหน้า การให้เด็กนั่งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์จะทำให้ตัวเบาะคาร์ซีทช่วยรับศีรษะ คอ และลำตัวเด็กไว้ได้ ช่วยให้เด็กได้รับการปกป้องที่ดีกว่า ด้วยเหตุนี้จึงได้กำหนดให้เด็กแรกเกิดต้องนั่งคาร์ซีทโดยหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์จนมีอายุอย่างน้อย 15 เดือนขึ้นไป

     2. การจัดแบ่งกลุ่มคาร์ซีท จะไม่แบ่งกลุ่มโดยใช้เกณฑ์น้ำหนักเด็ก แต่จะใช้ส่วนสูงของเด็กแทน ทั้งนี้เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่จะจดจำส่วนสูงของลูกได้ง่ายเช่นเดียงกับการเลือกซื้อขนาด (Size) เสื้อผ้าให้ลูก ซึ่งข้อนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกคาร์ซีทถูกต้องเหมาะสมกับตัวเด็กได้ง่ายขึ้น

     3. คาร์ซีทมาตรฐานใหม่ i-Size ที่ออกมารุ่นใหม่ๆจะบังคับให้ต้องมีการทดสอบการชนด้านข้างเพิ่มเติม

     4. คาร์ซีทมาตรฐาน i-Size จะต้องติดตั้งด้วยระบบISOFIX เท่านั้นซึ่งเป็นข้อบังคับเพื่อลดความเสี่ยงของการติดตั้งที่ไม่ถูกต้องที่อาจจะเกิดขึ้นได้

     5. คาร์ซีทมาตรฐาน i-Size จะต้องติดตั้งได้กับรถยนต์มาตรฐาน i-Size ทุกคัน และติดตั้งได้กับรถยนต์ที่มีระบบ ISOFIX โดยท่านสามารถตรวจสอบรถยนต์ของท่านว่าเป็นมาตรฐาน i-Size หรือไม่ ได้จากโลโก้บริเวณเบาะที่นั่งของรถยนต์หรือคู่มือกำกับรถยนต์

 

 

โดยสรุปแล้ว i-Size มีข้อสำคัญหลักๆคือ

     1. เด็กนั่งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์จนอายุอย่างน้อย 15 เดือนขึ้นไป

    2. จัดแบ่งกลุ่มคาร์ซีทโดยใช้ส่วนสูงเด็กเป็นเกณฑ์

    3. เพิ่มสมรรถนะการปกป้องด้านข้างได้ดีขึ้น

    4. ระบบ ISOFIX เป็นข้อบังคับสำหรับการติดตั้งคาร์ซีท

    5. สามารถติดตั้งได้ดีกับรถยนต์ที่เป็นมาตรฐาน i-Size เช่นกัน

 *** มาตรฐาน i-Size และ Britax Römer จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยของเด็กในการเดินทางได้อย่างมั่นใจเสมอ 


 


 

 คำถามที่ถามบ่อยเกี่ยวกับ i-Size 

1. มี Car seat มาตรฐาน i-Size ที่ไม่ปลอดภัยใช่ หรือไม่?
     ไม่ใช่   Car seat ได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐานด้านความปลอดภัย ECE R44 ยังคงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีข้อกังวลใดๆ และอย่างน้อยได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยเบื้องต้นตามกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันกำหนด การออกกฎหมายใหม่มีจุดประสงค์เพียงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและปกป้องสำหรับเด็กในรถยนต์ ทำให้ง่ายขึ้นต่อการเลือกใช้ Car seat รวมไปถึงการติดตั้งและการใช้งานในระยะยาว Car seat ที่ไม่ใช่มาตรฐาน i-Size ของ Britax Römer ยังคงเกินข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด ต้องขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญของเรา
 
2. ISOFIX เป็นวิธีการติดตั้งเพียงอย่างเดียวสำหรับ i-Size ใช่ หรือไม่?
     มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ ECE R129 (i-Size) ในส่วนที่ 1 ระบุว่า “ Car seat ทั้งหมดต้องได้รับการติดตั้งโดยระบบ ISOFIX” ทั้งหมดนี้รวมถึง Car seat ที่มีระบบยึดเหนี่ยวที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่มีส่วนสูงถึง 105 ซม. หรืออายุ 4-4.5 ปี ยกเว้นเพียงอย่างเดียวก็คือ Car seat สำหรับเด็กแรกเกิดแบบกระเช้าที่ติดตั้งได้โดย Belt  สามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องมี ISOFIX นอกเหนือไปจาก ECE R129 กฎระเบียบที่มีอยู่ใน ECE R44 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งช่วยให้สามารถใช้ Belt ได้
 
3. ลูกของฉันยังสามารถเดินทางด้วยการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward Facing) หลังจาก 15 เดือนผ่านไปได้ หรือไม่?
     เราขอแนะนำ (สำหรับคุณและลูกน้อยของคุณ) ลูกของคุณควรเดินทางด้วยการนั่งหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward Facing) ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ Britax Römer มี Car seat ที่รองรับการนั่งหน้าหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward Facing) สำหรับเด็กอายุ 4 ปี หรือสูงสุดถึง 6 ปี
 
4. มี Car seat มาตรฐาน i-Size สำหรับเด็กที่มีอายุมากกว่า 15 เดือน หรือไม่?
     มี  กฎระเบียบข้อบังคับฉบับใหม่เกี่ยวกับ ECE R129 จะถูกบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 บอกถึงการนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 2013 เป็นกฎหมายสำหรับการเดินทางของเด็กในรถยนต์  Car seat ที่ติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX รวมไปถึงระบบป้องกันต่างๆ เช่น สายรัดนิรภัย 5 จุด ปกติแล้วใช้สำหรับเด็กที่มีความสูง 105 เซนติเมตร หรืออายุ 4-4.5 ปี ในส่วนที่ 2 เป็นข้อบังคับสำหรับเด็กโต (หรือส่วนสูงมากกว่า 100 เซนติเมตร) ซึ่งจะไม่ใช้สายรัดนิรภัย 5 จุด หมายความว่า หลังจาก 15 เดือน ลูกของคุณควรใช้ Car seat  อย่างต่อเนื่อง ยกเว้นเมื่อเด็กมีความสูงมากกว่า 100 เซนติเมตร สามารถเปลี่ยนไปนั่ง Car seat สำหรับเด็กที่มีการใช้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ หลังจากใช้ Car seat แบบกระเช้า ในปี 2017 Britax Romer โปรโมท I-Size ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับเด็กที่มีความสูงถึง 105 เซนติเมตร หรืออายุ 4-4.5 ปี
 


 

Car seat | Stroller | Booster Seat คาร์ซีท | รถเข็นเด็ก | บูสเตอร์ซีท
คาร์ซีทแรกเกิด  |  คาร์ซีทเด็กเล็ก  |  คาร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)
 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อ

Call center: 02 538 6700, 084 388 3887

Email: Info@BritaxThailand.com

line: @britaxthailand

Visitors: 337,968