ทำไมเด็กแรกเกิดต้องใช้คาร์ซีท

 

 


 

ความจำเป็นที่ต้องให้เด็กนั่ง car seat ระหว่างเดินทางด้วยรถยนต์

อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุการตายอันดับ 2 ของคนไทยรองจากโรคมะเร็ง คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนปีละกว่า 4 หมื่นคน แต่สำหรับในเด็ก อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 จากการสำรวจข้อมูลของ “คณะกรรมการป้องกันอุบัติเหตุแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2542 มีเด็กไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ 3,000-4,000 คน โดยสาเหตุอันดับ 1 มาจากการจมน้ำปีละประมาณ 1,400 คน และอันดับ 2 คืออุบัติเหตุจราจร ปีละ 900-1,200 คน โดยอุบัติเหตุจราจร หรือจากยานยนต์เกิดในเด็กและเยาวชนถึงร้อยละ 25-30 และตัวเลขการเสียชีวิตดังกล่าว ยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี เนื่องจากความเจริญก้าวหน้าและการเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้มีการใช้ยวดยาน พาหนะในการเดินทางมากขึ้น

การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้นอย่างไร และจะป้องกันได้อย่างไร

ขณะที่เกิดการชนกันของยานพาหนะ ด้วยกันเอง, ต้นไม้, เสาไฟฟ้าข้างทาง หรือแม้กระทั่งสิ่งกีดขวางอื่นๆ รถยนต์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วเมื่อมีการชนเกิดขึ้น ความเร็วจะลดลงในทันทีแต่ผู้โดยสารที่อยู่ในรถนั้นยังคงมีความเร็วเท่าเดิม จึงเกิดการกระแทกกับตัวรถ กระจก หรือกระเด็นออกมานอกห้องโดยสารทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ นั่นคือเหตุผลที่เราต้องคาด เข็มขัดนิรภัย (seatbelt) เพราะเข็มขัดนิรภัยนั้นจะทำหน้าที่ยึดตัวผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารให้ติดกับที่นั่ง ทำให้ส่วนของร่างกายไม่ไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าซึ่งจะสามารถลดการบาด เจ็บที่รุนแรงและเสียชีวิตได้อย่างน้อยร้อยละ 50 รวมทั้งการมีถุงลมนิรภัย (air bag) ก็ช่วยเสริมความปลอดภัยได้มากขึ้นอีก 

แต่!!เข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ออกแบบมาพอดีสำหรับผู้ใหญ่ ไม่ใช่สำหรับเด็ก เพราะเข็มขัดนิรภัยจะต้องพาดจากไหล่ ผ่านทรวงอก มาที่บริเวณกระดูกเชิงกรานของผู้ใหญ่ สำหรับเด็กซึ่งมีขนาดร่างกายที่เล็กกว่า เข็มขัดนิรภัยจึงไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่สามารถยึดเด็กไว้กับที่นั่งได้ 

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องเสี่ยงอันตรายในขณะที่โดยสารในรถยนต์ การป้องกันการบาดเจ็บจากการโดยสารในรถยนต์ของเด็ก จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะนั่นคือ ที่นั่งสำหรับเด็ก หรือที่เรียกกันว่า child car seat ซึ่งมาพร้อมกับระบบเข็มขัดที่ยึดติดกับที่นั่ง อันเป็นสุดยอดนวัตกรรมที่สามารถลดอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตในเด็กได้ อย่างน้อยร้อยละ 50-70 เลยทีเดียว 

โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมัน และประเทศในโซนยุโรปอื่น ๆ จึงได้มีคำแนะนำและมีกฎหมายบังคับให้ใช้ car seat สำหรับเด็กมาที่ใช้มานานนับสิบปี

อย่างไรก็ตามสำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีข้อกฎหมายบังคับใช้ในเรื่องนี้ เพราะอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนาขึ้นแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน อุบัติเหตุที่เกิดในเด็ก แนะนำให้พ่อแม่ และผู้ปกครองใช้ ดังนั้นไม่ควรมองข้ามความสำคัญในเรื่องนี้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีกฎหมายออกมาก่อน

Visitors: 36,568