การรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยสากลสำหรับคาร์ซีท Britax

การรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยสากลสำหรับคาร์ซีท Britax

มาตรฐานด้านความปลอดภัยสากลที่คาร์ซีทต้องมี

 

            หากกล่าวถึงคาร์ซีท (car seat) หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กเพื่อการเดินทางอย่างปลอดภัยในรถยนต์ แน่นอนว่าคุณพ่อและคุณแม่หลาย ๆ คนที่กำลังมีลูกน้อยอยู่ในวัยทารกแรกเกิดจนถึงวัยเด็กโต ที่ต้องการจะพาลูกน้อยของตัวเองเดินทางด้วยการโดยสารรถยนต์ส่วนตัว ย่อมต้องรู้จักและคุ้นเคยกันดีกับการใช้อุปกรณ์เสริมอย่างคาร์ซีทเด็ก ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในระหว่างการเดินทางให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างเต็มประสิทธิภาพกันเป็นอย่างแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันนี้ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากมาย ต่างก็ล้วนส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตคาร์ซีทได้มีการออกแบบและพัฒนาคาร์ซีทหรือรถเข็นเด็กด้วยนวัตกรรมอันทันสมัยที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยต่อตัวเด็กเล็กอย่างสูงสุด เพื่อให้ได้รับการยอมรับในฐานะของคาร์ซีทยี่ห้อที่ดีที่สุด

            โดย Britax คือ หนึ่งในนวัตกรรมความปลอดภัยในด้านของคาร์ซีทและรถเข็นเด็กระดับสูงจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์คาร์ซีทเด็กที่ได้รับความนิยมในการใช้งานกันอย่างแพร่หลายจากคุณพ่อและคุณแม่ในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก รวมทั้งในประเทศไทย ด้วยสุดยอดนวัตกรรมด้านความปลอดภัยในคาร์ซีทสำหรับเด็กที่มีความทันสมัยและได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากล ที่จะช่วยให้คุณพ่อและคุณแม่ที่กำลังมีลูกน้อยทุกท่านสามารถมั่นใจในความปลอดภัยและความสะดวกสบายของคาร์ซีทเด็ก ว่าจะสามารถช่วยรองรับสุขภาวะการนั่งของเด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงสามารถช่วยป้องกันเด็ก ๆ จากอันตรายที่เกิดจากอุบัติทางรถยนต์อย่างไม่คาดฝันไม่ว่าจะเป็นการกระแทก การชน หรือการเบรกรถอย่างกะทันหัน ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ดังนี้

1.มาตรฐาน ECE R44/04

            มาตรฐาน ECE R44/04 Child Restraint Systems เป็นหนึ่งในมาตรฐานด้านความปลอดภัยของคาร์ซีทของสหภาพยุโรป ที่ได้มีการกำหนดขึ้นเพื่อเป็นข้อบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดให้คาร์ซีทเด็กทุกตัวจะต้องถูกนำเข้าสู่กระบวนการทดสอบตามมาตรฐาน ECE R44/04 ว่าด้วยเรื่องของความปลอดภัยและความสามารถของคาร์ซีทในการปกป้องทารกแรกเกิดและเด็กเล็กจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรณีที่เกิดการชนหรือปะทะกันอย่างไม่คาดฝัน เพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่ที่มีลูกน้อยทุกคนสามารถมั่นใจได้ว่าคาร์ซีทที่ตนเองกำลังใช้งานอยู่หรือกำลังจะพิจารณาเลือกซื้อนั้น มีคุณสมบัติผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสหภาพของยุโรปตรงตามที่กำหนด เพื่อการเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างแท้จริง

            โดยคาร์ซีทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 จะต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยด้านการชนตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ดังนี้ 

  • การทดสอบการชนด้านหน้าด้วยความเร็ว 50 กม. / ชม
  • การทดสอบการชนด้านหลังด้วยความเร็ว 30 กม. / ชม.
  • การทดสอบแบบโรลโอเวอร์เทส (Rollover Test) หรือการทดสอบชนแบบรถพลิกคว่ำหลายตลบ
  • ใช้หุ่นจำลองการชน สำหรับใช้นั่งบนคาร์ซีทตระกูล P-dummy หรือหุ่นที่มีการใช้เซ็นเซอร์ 4 จุด สำหรับวัดระดับแรงกระแทกตามสรีระของเด็ก
 

หากคาร์ซีทดังกล่าวผ่านการทดสอบตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย จะได้รับป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 สีส้มเพื่อนำมาใช้ติดที่ตัวคาร์ซีท โดยมีข้อมูลประกอบดังนี้

  1. รหัสตามมาตรฐานอ้างอิงที่ใช้ในการผลิต
  2. ประเภทของรถยนต์ที่ได้รับอนุมัติสำหรับที่นั่งเด็ก
  3. สัญลักษณ์ "Y" แสดงให้เห็นว่าเบาะนั่งสำหรับเด็กมีระบบสายรัด 5 จุดพร้อมด้วย Crotch Strap
  4. สัญลักษณ์ "E" แสดงถึงการได้รับอนุมัติจากสหภาพยุโรป
  5. แสดงประเทศที่ได้รับการอนุมัติ (1 = เยอรมนี 2 = ฝรั่งเศส 3 = อิตาลี 4 = เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ )
  6. Approval number โดยตัวเลขสองตัวแรกจะแสดงถึงเวอร์ชันของมาตรฐาน ECE R44 ที่ได้รับการรับรอง สำหรับตัวเลขถัดไปเป็นตัวเลขใช้อ้างอิงรับรองการทดสอบของคาร์ซีทรุ่นนั้น ๆ
  7. รายละเอียดของบริษัทและโรงงานผู้ผลิต
  8. Barcode อ้างอิงตัวผลิตภัณฑ์



สอบถามข้อมูล

 

2.มาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size

            มาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size ถือเป็นหนึ่งในข้อบังคับใหม่สำหรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของคาร์ซีทเด็กสำหรับใช้ในรถยนต์ส่วนบุคคล ที่มีการประกาศให้มีการใช้งานควบคู่ไปกับมาตรฐาน ECE R44/04 Child Restraint Systems ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2556 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการควบคุมการออกแบบและผลิตคาร์ซีทสำหรับให้มีความกระชับมากขึ้น เพื่อการช่วยเพิ่มการปกป้องให้กับเด็ก ๆ จากอันตรายที่เกิดขึ้นจากแรงกระแทกในด้านข้างระหว่างการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมถึงเป็นการช่วยให้เด็ก ๆ นั่งหันหน้าเข้าหาเบาะด้วยการบังคับให้มีการติดตั้ง Car seat แบบหันหน้าเข้าหาเบาะ (Rearward-Facing) สำหรับการเดินทางของเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 15 เดือน เพื่อความปลอดภัยของเด็กที่มากยิ่งขึ้น

            โดยคาร์ซีทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size จะต้องผ่านการทดสอบความปลอดภัยด้านการชนตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป ดังนี้

  • การทดสอบการชนจากด้านหน้าด้วยความเร็ว 50 กม. / ชม
  • การทดสอบการชนจากด้านหลังด้วยความเร็ว 30 กม. / ชม โดยเบาะที่นั่งจะต้องผ่านการทดสอบแบบโรลโอเวอร์เทส (Rollover Test)
        หรือการทดสอบชนแบบรถพลิกคว่ำหลายตลบด้วย
  • การทดสอบการชนจากด้านข้างด้วยความเร็ว 24 กม. / ชม (เป็นข้อกำหนดใหม่ภายใต้ข้อบังคับนี้)
  • ใช้หุ่นจำลองการชน สำหรับใช้นั่งบนคาร์ซีทตระกูล Q-Dummies แบบใหม่ ที่มีการใช้เซ็นเซอร์ 32 จุด สำหรับวัดระดับแรงกระแทกตามสรีระของเด็ก ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการชนกับร่างกายของเด็กอย่างแท้จริงมากขึ้น

            สำหรับมาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size นั้น ถือเป็นมาตรฐานและระเบียบข้อบังคับแบบใหม่ที่มีการพัฒนาให้แตกต่างไปจากมาตรฐาน ECE R44/04 เพื่อการปรับปรุงด้านความปลอดภัยของคาร์ซีทให้ดีมากยิ่งขึ้นตามวัตถุประสงค์หลักของระเบียบข้อบังคับ ดังนี้

  • เพื่อให้คาร์ซีทสามารถติดตั้งเข้ากันกับเบาะรยนต์ได้ดีกว่า เนื่องคาร์ซีทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ECE R129 หรือ i-Size ทั้งหมดจะมีขนาดที่พอดีกับตำแหน่งที่นั่ง i-Size ทั้งหมดในรถยนต์ที่ผ่านการรับรอง
  • เพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่สามารถติดตั้งคาร์ซีทได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการติดตั้งคาร์ซีทอย่างไม่ถูกต้องหรือติดตั้งคาร์ซีทไม่แน่นเพียงพอ ด้วยการบังคับติดตั้งด้วยระบบของคาร์ซีท ISOFIX เท่านั้น
  • เพื่อช่วยส่งเสริมการนั่งหันหน้าไปทางด้านหลัง หรือการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะแบบ Rearward Facing จนกว่าเด็กจะมีอายุอย่างน้อย 15 เดือนขึ้นไป เพื่อการช่วยปกป้องศีรษะและคอของเด็กในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • เพื่อช่วยในการจำแนกประเภทของคาร์ซีทได้ง่ายมากขึ้น โดยการใช้ความสูงและน้ำหนักเป็นข้อกำหนดในการเลือกซื้อคาร์ซีทแทนการใช้ส่วนสูง เพื่อการเลือกใช้งานคาร์ซีทได้อย่างเหมาะสมและ ช่วยหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคาร์ซีทก่อนเวลาอันสมควร
  • เพื่อช่วยให้คาร์ซีทเด็กมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มการทดสอบการชนและการกระแทกจากทางด้านข้าง

3.มาตรฐาน Euro NCAP 2017

            EURO NCAP หรือ European New Car Assessment Programme คือ องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการทดสอบการชนสำหรับยานพาหนะหรือรถยนต์ในยุโรป ที่ได้รับการยอมรับจากค่ายรถยนต์ทั่วโลกว่าได้มาตรฐานและมีความเป็นกลางในการประเมินผล เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกพิจารณายานพาหนะหรือรถยนต์ที่ต้องการเลือกซื้อได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ผ่านการทดสอบการชนในสถานการณ์ของการเกิดอุบัติเหตุในชีวิตจริงที่อาจส่งผลให้ผู้ใช้รถหรือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยการให้คะแนนจะมาจากการทดสอบซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ๆ ได้แก่

  • การปกป้องความปลอดภัยของคนขับและผู้โดยสารที่เน้นผู้ใหญ่
  • การปกป้องและความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (แรกเกิด - 12 ปี)
  • ความปลอดภัยของผู้คนเดินถนน
  • เทคโนโลยีให้ความช่วยเหลือด้านความปลอดภัยอัตโนมัติ


โดยในปีค.ศ. 2017 โรงงานผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลก ได้มีการให้ความเชื่อมั่นด้วยการเลือกใช้คาร์ซีทจากแบรนด์ Britax ในการเข้ารับการทดสอบโดย Euro NCAP ในหัวข้อการปกป้องและความปลอดภัยของผู้โดยสารที่เป็นเด็ก (แรกเกิด - 12 ปี) มากกว่า 95% ของจำนวนรถยนต์ที่ได้ทำการเข้าร่วมการทดสอบการชน


แม้ว่าในปัจจุบันนี้ ประเทศไทยของเราจะยังไม่ได้มีการออกกฎหมายข้อบังคับในด้านของการใช้งานและการควบคุมคุณภาพของคาร์ซีทเด็กหรือรถเข็นเด็ก แต่การใช้งานคาร์ซีทเด็กที่ผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากลก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อและคุณแม่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเพื่อการป้องกันอันตรายหรือการบาดเจ็บรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกน้อยของคุณจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ไม่คาดฝัน


โดย Britax คือบริษัทผู้ผลิตคาร์ซีทจากเยอรมันที่ปลอดภัยที่สุด ในมาตรฐานเดียวกันเราใส่ใจทั้งคิดค้น ออกแบบ และผลิตด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าจะรักษาคุณภาพได้ในทุก ๆ ขั้นตอนเพื่อให้คุณพ่อและคุณแม่ทุกท่านสามารถไว้วางใจในคุณภาพและความสบายของลูกน้อยได้อย่างถึงที่สุด และเรายังมีบริการดูแลและรับประกันสินค้าถึง 24 เดือนในกรณีสินค้าชำรุดสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันสินค้าได้ทางหน้าเว็บไซต์ทันที


สอบถามเพิ่มเติมและสั่งซื้อ

Call center: 02 538 6700

Call center: 084 388 3887

Email : Info@BritaxThailand.com

line: @britaxthailand

 

Visitors: 754,246